[CH4] The Shapherd Boy [Xedric]

posted on 25 Nov 2013 17:42 by orangefrogs in PSE
 
 
 
 
 
 
 
ผมปลูกดอกไม้ไว้ที่กระถางเล็กๆข้างหน้าต่าง
พวกมันเป็นดอกไม้ที่ทนทาน และสวยงาม

ผมไม่รู้หรอกว่ามันเป็นดอกอะไร หรือมีความหมายพิเศษหรือเปล่า
ผมซื้อมันมาเพียงเพราะคนๆหนึ่งเลือกให้เท่านั้นเอง

ทุกครั้งที่มองมัน ผมระลึกได้ว่าครั้งหนึ่งผมเกือบจะมีความรัก

บ่อยครั้งที่ผมเผลอมองมันอยู่นาน ปล่อยให้ความรู้สึกที่ใกล้เคียงกับความเจ็บปวดเหล่านั้นซึมแทรกเข้ามาในร่างกาย
ความเจ็บปวดเป็นเครื่องมือย้ำเตือนว่าผมยังมีชีวิตอยู่

และยังมีโอกาสพบเจอเรื่องที่เลวร้ายกว่านี้ได้อีกเยอะ....



 
---------------
 
 
"ฉันมาหาหนังสือ...นิทาน"

ผมละสายตาจากกระถางดอกไม้ริมหน้าต่าง หันมองตามเสียงนั้นไป เพื่อจะพบกับหญิงสาวคนหนึ่ง
เธออยู่ในชุดคลุมที่ดูจะหนาเกินไปสำหรับช่วงเวลาเช้าที่อบอุ่นแบบนี้ เสื้อคลุมนั้นอบอวลไปด้วยกลิ่นบุหรี่ กลิ่นเหล้า ปะปนกับกลิ่นน้ำหอมราคาถูก
ผมเดาว่าเธอคงทำงานกลางคืน อาจจะเป็นผู้หญิงให้เช่า หรือนักร้องในบาร์ระดับล่างสักแห่งแถวๆนี้
 
"ถ้าคุณไม่สบายใจ...ให้ฉันถอดเสื้อคลุมออก แล้วฝากกระเป๋าไว้ที่เคาท์เตอร์ก่อนก็ได้นะคะ" แม้น้ำเสียงของเธอจะอยู่ในโทนปกติ แทบไม่แสดงอารมณ์ใดๆ แต่นั่นก็ทำให้ผมรับรู้แล้วว่า ผมอาจเผลอแสดงออกถึงความไม่สบายใจบางอย่างออกไป ...อาจจะทางสายตาล่ะมั้ง
 
ผมค้อมศีรษะลงเล็กน้อยขณะเอ่ยขอโทษ และบอกเธอว่าไม่จำเป็นต้องฝากกระเป๋า 
ผมควรจะรู้ดีกว่าใครในเรื่องนี้....คนๆหนึ่งไม่มีสิทธิ์ตัดสินทางเลือกของอีกคนหนึ่ง
 
ผมไม่ควรตัดสินเธอ
 

"ปกติผมจะให้ยืมตะกร้าสำหรับใส่หนังสือที่เลือก แต่เมื่อเช้าผมเพิ่งเอาพวกมันออกไปล้างทำความสะอาด แล้วก็ยังตากไม่แห้งซะด้วยสิ คุณคงต้องกอดหนังสือไว้กับตัว ผมเลยเกรงว่า....กลิ่นน้ำหอม...มันอาจจะติดกระดาษนะครับ" ผมเลือกพูดถึงอีกเรื่องหนึ่งแทน โดยไม่ลืมที่จะปั้นสีหน้ายิ้มแย้มเท่าที่ทำได้ให้กับเธอ
 
หญิงสาวพยักหน้าและถอดเสื้อคลุมออก พับมันอย่างเรียบร้อยแล้ววางไว้บนโต๊ะเล็กตรงหน้า
และแล้วผมก็ต้องใช้ความพยายามครั้งใหญ่อีกครั้งในการห้ามไม่ให้ตัวเองเกิดความคิดตัดสินขึ้นมาอีก
เพียงเพราะเธออยู่ในชุดที่แทบจะเป็นชุดชั้นใน และปกปิดเฉพาะส่วนที่ควรปกปิดไว้อย่างหมิ่นเหม่นั่น ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอมีความผิดร้ายแรงกับทางเลือกของเธอ
 
หญิงสาวเหลือบมองมาอีกครั้งราวกับจะดูว่าผมมีความคิดเห็นอะไรที่ต้องการแสดงออกให้เธอรับรู้หรือไม่
ผมเพียงแต่ยิ้มนิดๆแล้วเอ่ยชมไปตามจริง ว่าไม่ค่อยมีผู้หญิงที่เซ็กซี่ขนาดนี้มาเยี่ยมเยียนร้านหนังสือเก่าของผมบ่อยนัก

เธอยิ้มแล้วเอ่ยขอบคุณ
เป็นคำขอบคุณอย่างซื่อตรง ไม่หลงตัวเอง แต่ไม่ถ่อมตน
เธอเพียงแต่รับคำชมนั้นไว้เท่านั้นเอง
 
เสี้ยวหนึ่งในความคิดของผมวกกลับไปถึงบุคคลอีกคนหนึ่ง
คนที่ผมมักคิดถึงทุกครั้งที่มองเจ้าดอกไม้ข้างหน้าต่างนั่น
คนๆนั้นก็มักจะพูดกับผมด้วยอารมณ์ซื่อตรงคล้ายๆกันนี้
 

"ใจลอยไปถึงไหนแล้ว? ระวังของหายหมดร้านนะคะ"
ผมได้ยินเสียงนี้อีกครั้ง ใกล้มากทีเดียวสำหรับครั้งนี้
เจ้าของเสียง...เธอมีนัยน์ตาสีน้ำตาลที่ชวนให้นึกถึงสุนัขจิ้งจอก
 
ผมกระพริบตาครั้งหนึ่งและรับรู้ว่ากำลังจ้องหน้าเธออยู่
มันคงเสียมารยาทมาก แต่เธอไม่ได้ต่อว่าอะไร เพียงแต่มองกลับมาเท่านั้น
 
 
ให้ตายสิ ผมเผลอไปได้ยังไง ทั้งที่ยังยืนคุยกันอยู่เลยแท้ๆ
ผมส่ายหน้านิดๆแล้วแก้ตัวว่าเป็นเพราะนอนน้อย ซึ่งเธอไม่ได้ติดใจจะถามอะไรในเรื่องนี้ต่อ

พักหลังมานี้ผมมักเหม่อลอยจนไม่รู้ตัวแบบนี้อยู่บ่อยๆจนพนักงานในร้านเริ่มแซวว่าอาการอกหักตกค้างของผมคงจะรุนแรงขึ้นกว่าเดิมเสียแล้ว
ผมได้แต่เอ่ยตอบไปในใจ ว่าเรื่องที่แย่กว่านั้นกำลังทยอยเกิดขึ้นกับชีวิตผมเรื่อยๆ ให้พวกเขาคอยจับตาดูแล้วรอหัวเราะเยาะผมได้เลย



"ฉันจำชื่อเรื่องไม่ได้...แต่มันเกี่ยวกับสิงโต..." เธออธิบายเพิ่มเติมถึงสิ่งที่เธอตามหา
 
แต่ถึงจะได้รับรายละเอียดเพิ่มแบบนี้แล้ว ผมก็ยังนึกไม่ออกอยู่ดี ดังนั้นผมจึงเดินนำเธอไปที่ชั้นหนังสือแล้วให้เธอเลือกดูเอง

"เคยได้ยินมั้ยคะ? มันเป็นเรื่องของ...เด็กคนหนึ่ง ที่ทำให้สิงโตเชื่องได้...โดยไม่ต้องใช้โซ่ล่าม หรือแส้"
ความเงียบคงทำให้เธอรู้สึกกระอักกระอวนใจ เธอจึงเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนาขึ้นมา
 
ผมส่ายหน้าแทนคำตอบ พลางขยับไปช่วยเลือกหยิบเอาหนังสือที่มีตัวละครเป็นสิงโตออกมาวางให้เธอเลือก
 
"ไม่เลยครับ ..." เขาไม่ได้โกหก ความทรงจำช่วงก่อนหน้าที่จะมาเป็นเทวทูตของเขานั้นหายไปหมดไม่มีเหลือ
เมื่อเกิดใหม่เขาก็ไม่ได้อยู่ในร่างเด็ก ...และพ่อของเหล่าเทวทูต หรืออีกนามหนึ่งที่เรียกว่าพระเจ้า...ก็ไม่ได้ร้องเพลงหรือเล่านิทานกล่อมเขาเสียด้วยสิ
 
"ถ้าฉันหามันเจอล่ะก็ ฉันอยากให้คุณลองอ่านมันก่อน" นั่นเป็นเรื่องประหลาดจนเขาต้องเอ่ยถามกลับ และเธอก็พูดซ้ำประโยคเดิม เธออยากให้เขาได้อ่านมัน ก่อนที่จะขายให้เธอ

"เด็กคนนั้นไม่ได้ใช้อำนาจกดขี่ ไม่ได้ใช้ความรุนแรงทำร้ายให้มันยอมจำนน ...เพียงแต่ใช้ความละเอียดอ่อน และสิงโตที่ดุร้ายก็เชื่องกับเธอคนเดียวเท่านั้น" มือเรียวที่พลิกหน้าหนังสือเต็มไปด้วยปลาสเตอร์ยา และรอยแผลเป็นที่ดูจะปะปนกันทั้งร่องรายจางๆเมื่อนานมาแล้ว กับรอยที่ยังใหม่

"คุณคิดยังไงกับเรื่อง...การบีบบังคับให้อีกฝ่ายยอมจำนน และมอบความภักดีให้"
จู่ๆคำถาม ที่ดูเหมือนจะเกี่ยวข้อง และไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่คุยกันอยู่ก็ถูกเอ่ยถามออกมา
และชั่ววินาทีนั้นเองที่ผมเกิดความสงสัย ว่าเธอกำลังพูดถึงหนังสือ หรือพูดถึงเรื่องของเธอ

หรือเธอกำลังพูดถึงเรื่องของผมกันแน่...
ผมเริ่มหวาดระแวงกับความคิดที่ว่า มีใครจากเบื้องบนส่งเธอมาหลอกถามอะไรจากผมหรือเปล่า

"หมายความว่ายังไงครับ?" ผมแสร้งถามกลับ เพื่อจะไม่ต้องตอบคำถาม
 
ดวงตาจิ้งจอกคู่นั้นเหลือบมองมาครู่หนึ่ง ก่อนเบนกลับไปยังหนังสือในมือ
แล้วเธอก็เปลี่ยนคำถาม
....ไม่เชิงเอ่ยมันออกมาเป็นคำถาม เหมือนกับแค่อยากรำพึงรำพัน โดยมีผมเป็นผู้ได้ยินด้วยเท่านั้นเอง
แต่มันดันเป็นประโยคที่ที่ทำให้ผมกระอักกระอวนใจกว่าเดิมเสียอีก

"ทำไมเด็กคนนั้นถึงอยากทำให้สิงโตเชื่องกันนะ? เธออยากเป็นเจ้าของสิงโตนั่นงั้นเหรอ?....ถ้าได้มาแล้วเธอจะทำยังไงกับมันกันนะ?"

นั่นสิถ้าได้ความจงรักภักดีไปแล้ว เธอจะเอามันไปทำอะไรกันนะ?
 
 
---------------
 
 

จนเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง
สุดท้ายเธอก็ไม่ได้หนังสือเล่มนั้นที่ต้องการ
 
เธอเอ่ยขอโทษที่ทำให้ผมเสียเวลา และหยอดเงินจำนวนหนึ่งในกล่อง 'รับเงินบริจาคเพื่อปรับปรุงร้าน' ของผม
ก่อนจะสอดตัวกลับไปในเสื้อคลุมตัวหนานั่น ที่ตอนนี้ผมพอจะเข้าใจประโยชน์ของมันแล้ว
เธอไม่ได้ต้องการความอบอุ่น เธอใช้มันในการซ่อนตัว
 
 
ผมยืนอยู่หลังเคาท์เตอร์ ขณะที่เธอกำลังจะเดินออกจากร้านไป 
สุดท้ายความสงสัยก็ทำให้ผมเอ่ยถาม
 
"หลังจากที่สิงโตเชื่องลงแล้ว เกิดอะไรขึ้นกับมัน และเด็กคนนั้นหรือครับ?"

นัยน์ตาสีน้ำตาลฉายแววประหลาดใจเล็กน้อย อาจจะเพราะไม่คิดว่าผมจะใส่ใจกับบทสนทนาเหล่านั้นมากนัก
เรียวปากบางยกยิ้มอย่างมีเลศนัยน์ ที่ยิ่งขับให้ดวงตาของเธอดูคล้ายสัตว์เจ้าเล่ห์ที่ผมนึกเปรียบเทียบอยู่เนืองๆ
 
"ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน ..ถึงได้มาตามหานิทานเรื่องนั้นไงล่ะคะ....อย่างที่บอกล่ะ ถ้าคุณเจอมันแล้ว ฉันอยากให้คุณได้อ่านก่อน"
 
 
 
---------------


ดึกมากแล้ว ได้เวลาปิดร้าน

ผมยืนมองดอกไม้ในกระถางริมหน้าต่าง
 
พวกมันเป็นดอกไม้ที่ทนทาน และสวยงาม

ผมไม่รู้หรอกว่ามันเป็นดอกอะไร หรือมีความหมายพิเศษหรือเปล่า
ผมซื้อมันมาเพียงเพราะคนๆหนึ่งเลือกให้เท่านั้นเอง

ทุกครั้งที่มองมัน ผมระลึกได้ว่าครั้งหนึ่งผมเกือบจะมีความรัก

เหมือนอย่างครั้งนี้ที่ผมตั้งใจมองมัน ปล่อยให้ความรู้สึกที่ใกล้เคียงกับความเจ็บปวดเหล่านั้นซึมแทรกเข้ามาในร่างกาย
 
ความเจ็บปวดเป็นเครื่องมือย้ำเตือนว่าผมยังมีชีวิตอยู่

และยังมีโอกาสพบเจอเรื่องที่เลวร้ายกว่านี้ได้อีกเยอะ....



เด็กคนนั้นทำยังไงกับสิงโตของเธอ?
 
.....พวกเขาจะทำยังไงกับผม เมื่อได้รับความภักดีของผมไปแล้ว?

ผมได้ยินเสียงคำถามสะท้อนก้องไปมาในหัวไม่ยอมหายไปสักที
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

ยินดีด้วยค่ะ
ตัวละครของคุณผ่านเนื้อเรื่องหลักบทที่ 4 (The Shapherd Boy) แล้วค่ะ

#1 By PSE†Apocalypse on 2013-12-13 23:17