VD

[VD] Akri 003 [the day : Tuesday I saw bloody sky]

posted on 12 Mar 2012 11:56 by orangefrogs  in VD  directory Fiction
[VD] Akri 003 [the day : Tuesday I saw bloody sky]
 
 
 
entry นี้เกี่ยวข้องกับ อัคริ อิศวะ ณ VD
 
 
 
 
 
 
".......ช่วย...........ฉัน......"
อัคริเค้นเสียงออกมาได้เพียงเท่านั้น ก่อนที่ท้องฟ้าสีแดงตรงหน้าจะถูกบดบังด้วยความมืดมิด
แล้วเธอก็ไม่รู้สึกถึงอะไรอีก 
ไม่แม้แต่ความเจ็บปวด
 
 
 
 

"อาชา วันนี้ต้องสตริป... ระหว่างตัวนี้ กับตัวนี้ กับตัวนี้ แล้วก็นี่ ใส่ตัวไหนดี?" อัคริรื้อชุดชั้นในแฟนซีหลากสีออกมาจากลิ้นชักและโยนพวกมันใส่เด็กหนุ่มที่นั่งทำหน้าเบื่อชีวิตอยู่บนเตียงของเธอ อาชวินหยิบตัวที่ตกอยู่ใกล้มือที่สุดโยนกลับมา โดยที่ไม่ได้มองมันด้วยซ้ำ 
 
อาชีพปัจจุบันของอัคริคือการเป็น'เพื่อนคุย'ในบาร์เล็กๆแห่งหนึ่งในย่านสถานเริงรมณ์ของแอนลิงก์
  'สตริป' ที่เธอพูดถึงคือการเต้นเปลื้องผ้าใน เป็นหนึ่งในงานพิเศษที่เธอมีโอกาสได้ทำอยู่บ้างนานๆครั้ง
 
อัคริถอนหายใจ นึกอยากจะบอกให้เขาใส่ใจกับการช่วยเหลือเธอสักนิด ต่อให้เป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆอย่างเช่นการ 'ช่วยเลือกชุดชั้นในสำหรับใส่ในการแสดงเปลื้องผ้า' ก็ตามที
แต่เธอก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกไป อัคริหยิบชุดที่อาชวิน 'ช่วยเลือก' ขึ้นมาดู มันเป็นชุดชั้นในหนังสีดำแบบเต็มตัว ประดับด้วยหมุดโลหะและตาไก่สีเงิน เอาเถอะ ก็ไม่ได้แย่นัก

อาชวินเบือนหน้าหนีเมื่อคนตรงหน้าเริ่มถอดเสื้อผ้าออก เด็กหนุ่มทิ้งตัวลงบนฟูกนอนและมองไปที่เพดาน นับเลขฆ่าเวลาอยู่ในใจขณะที่อัคริผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็น'ชุดทำงาน'สำหรับคืนนี้

เด็กหนุ่มพยายามไม่หลับตา ภาพอดีตที่ไม่อยากจดจำมักจะแทรกตัวเข้ามาหลังความมืดใต้เปลือกตาของเขาอยู่เสมอ เขาไม่อยากเห็นมัน ไม่อยากเห็น
แต่ก็ไม่เคยห้ามได้สักทีเมื่อความคิดของเขาคอยแต่จะขุดคุ้ยมันขึ้นมาอยู่เสมอ

ตลอดระยะเวลาสิบปีที่ผ่านมา เขาใช้ชีวิตอยู่บนเตียงนอนชายหญิงมากหน้าหลายตา ใช้ชีวิตอยู่กับการทำให้ผ้าปูเตียงของคนเหล่านั้นยับย่นและเลอะเทอะไปด้วยราคะ
เขาเกลียดที่จะต้องทำมัน เขาเคยพยายามขัดขืน และคนพวกนั้นมีบทลงโทษที่ทำให้เขาเข็ดหลาบไปถึงแก่นวิญญาณ
ไม่นานนักเขาก็เลิกต่อต้าน ร่างกายของเขาขยับตามความปราถนาของผู้คนเหล่านั้น ขณะที่ความปราถนาของตัวเขาเองค่อยๆเสื่อมสลายไปทุกๆวินาที
เขาถูกขายต่อ ส่งผ่านมือใครต่อใครไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเมื่อหนึ่งปีก่อน เขาก็ตกมาถึงมืออัคริ

เวลาผ่านไปแล้วครู่ๆใหญ่ๆ ห้วงความคิดของอาชวินกลับสู่ปัจจุบันเมื่อรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวใกล้ๆตัว
"เฝ้าบ้านดีๆล่ะ" อัคริประคองใบหน้าเขาไว้ในฝ่ามือทั้งสองและก้มลงแตะจูบเบาๆที่หน้าผาก
เด็กหนุ่มไม่ได้ขืนตัวหนีหากแต่มีสีหน้าลำบากใจ
เขารู้ว่าเธอจะไม่โกรธ ต่อให้เขาเบือนหน้าหนีหรือผลักเธอออกไป
 
แต่เขาไม่ได้ทำ ทุกๆครั้งอาชวินจะอยู่นิ่งๆ ให้อัคริทำสิ่งที่เธอทำโดยไม่ขัดขืน
และทุกๆครั้งที่เขาทำอย่างนั้น อัคริจะยิ้มและเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ราวกับกำลังปลอบสัตว์ตัวเล็กๆที่ตื่นกลัว
"ถ้าฉันทำอะไรที่เธอไม่ชอบ เธอปฏิเสธได้นะ แล้วฉันจะไม่ทำอีก"
นั่นไง เธอพูดออกมาอีกแล้ว

มันเป็นจูบที่บริสุทธิ์ ไม่มีเรื่องทางเพศเข้ามาเกี่ยวข้อง
แต่ตรงนั้นเองเป็นจุดที่เขาไม่สามารถทำใจให้เคยชินได้สักที
จริงอยู่ที่ว่า เขาสามารถขึ้นมานอนบนเตียงของเธอได้ แต่เขาไม่เคยร่วมเตียงกับเธอ
ก่อนหน้านี้เขาเคยชินกับการเป็นผู้ถูกช่วงชิง เจ้านายคนก่อนๆตักตวงความสุขจากตัวเขา และปล่อยให้เขาแห้งตายอยู่ในความรู้สึกว่างเปล่าของตัวเอง
แต่อัคริจะมีความสุขหากเธอเป็นฝ่ายมอบอะไรบางอย่างให้กับเขา
เพราะอัคริไม่เหมือนเจ้านายคนก่อนๆ
เขาจึงไม่เข้าใจเธอ 
 
 
 
 

เด็กคนนั้นไม่เคยทำตามความต้องการของตนเอง
อัคริถอนหายใจขณะก้าวออกจากห้องเช่า ต่อให้ไม่ชอบก็จะไม่ปฏิเสธ อยากได้อะไรก็จะไม่ขอ ไม่ขยับตัวทำอะไรทั้งนั้นหากไม่ได้รับคำสั่ง
ไม่รู้ร้อนหนาว ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง โลกจะหมุนไปถึงไหนก็ช่างมัน ถ้าเธอสั่งให้เขายืนอยู่ตรงนั้น เขาก็จะอยู่ตรงนั้น ต่อให้หิวจนตาลาย เขาก็คงเลือกที่จะยืนตายอยู่ตรงนั้นมากกว่าที่จะขัดคำสั่ง
 
อาชวินทำให้เธอรู้สึกเวทนา
และในขณะเดียวกันก็รู้สึกอิจฉาอย่างมากมาย
 
 
 
 

"จะถอดก็ถอดสักทีสิน้อง จะทำอะไรก็รีบๆทำ พี่ไม่ได้มีเวลาทั้งคืน" อัคริชายตามองหาต้นเสียงขณะดึงเอาธนบัตรที่เหน็บอยู่กับสายรั้งถุงน่องขึ้นมาแตะริมฝีปากแล้วส่งจูบไปที่คนดู
เจ้าของเสียงเป็นชายหนุ่มผิวเข้มหน้าตาดี สวมเสื้อลายโซ่เปิดอกกับสร้อยทองเส้นโตสะดุดตา เจ้าตัวนั่งอยู่กลางโต๊ะล้อมรอบด้วยชายฉกรรจ์สามสี่คนที่มีหน้าตาบอกยี่ห้อว่าตั้งแต่เกิดมาชีวิตนี้ไม่เคยคิดจะประกอบอาชีพถูกกฏหมาย หญิงสาวถอนหายใจสั้นๆและเต้นต่อไปโดยจงใจแกล้งสบตาและเบือนหน้าหนีไปจากเขาอยู่บ่อยๆ 
 
เมื่อลงมาจากเวที เธอรู้ว่าอีกสักพักมันจะเกิดขึ้น
แทบจะนับวินาทีรอได้เลยล่ะ
อัคริเอื้อมไปหยิบขวดน้ำดื่มที่เธอวางทิ้งไว้บนชั้นวางของก่อนจะออกไปแสดง เธอปล่อยให้น้ำเย็นๆไหล่ผ่านลงคอไประหว่างนับถอยหลังอยู่ในใจ
สาม
สอง
หนึ่ง
 
"อาคาริ" มาม่าของบาร์โอบเอวเธอจากด้านหลังและแนบแก้มแดงจัดของเขาเข้ากับแก้มของเธอ มาม่าเป็นสาวประเภทสองรูปร่างสูงใหญ่ แต่มีใบหน้าสะสวยที่มองไม่เบื่อ
"มิสเตอร์หน้าใหม่ที่ใส่เสื้อกุชชี่โต๊ะเจ็ดเขารีเควสท์เธอจ้ะ" ลมหายใจของเขามีกลิ่นแอลกอฮอลล์เข้มข้น เขาคงเพิ่งดื่มแบบจัดหนักกับ VIP สักคนหนึ่งของมา ทุกครั้งที่มันเกิดขึ้นมาม่าจะมีนิสัยชอบถึงเนื้อถึงตัวกับใครก็ตามที่อยู่ใกล้ในรัศมีเอื้อมมือของเขา เธอไม่ถือสาเขาในเรื่องนั้น
อัคริพยักหน้ารับ วางฝ่ามือลงบนมือของเขาและดึงมันออกจากตัว แต่มาม่าไม่ปล่อยมือ
 
"คะ?" อัคริเอ่ยถามโดยไม่ได้หันกลับไปมอง อีกฝ่ายเงียบไปอึดใจหนึ่งก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นๆคล้ายจะร้องไห้
"เขารีเควสท์เธอ ....ไม่ใช่แค่นั่งดื่มจ้ะ .......อันที่จริงฉันไม่ควรจะบอกเรื่องนี้กับเธอเลย คือ ....." มาม่าเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก้มหน้าลงแนบหน้าผากลงที่ไหล่ของเธอ
"ฉันพยายามปฏิเสธ แต่เขาบอกว่า ทำยังไงก็ได้ ....ไม่ได้ก็ต้องได้......เขาให้เราวางยาเธอ" อัคริรู้สึกถึงหยดน้ำตาอุ่นๆสัมผัสบริเวณต้นคอ ความร้อนแผ่ออกจากบริเวณนั้นราวกับถูกลวกด้วยไฟ
ให้ตายเถอะ เธอน่าจะรู้ น้ำดื่มที่ถูกวางทิ้งไว้เป็นสิบนาทีไม่น่าจะเย็นชื่นใจได้ขนาดนั้น
 
 
 
 

เตียงนอนนี้มีกลิ่นหวานๆของวนิลา ฝ้าเพดานเป็นลอยเถาไม้เลื้อยสีเขียวอ่อน ร่างกายของเธอหนักราวกับถูกทับด้วยก้อนหิน ชุดชั้นในตอกหมุดที่เคยติดตัวเธออยู่เมื่อครู่ถูกถอดออกไปแล้ว
 
เธอไม่ได้หมดสติ แค่รู้สึกมึนชา แขนขาหมดแรง และร้อนจนแทบลุกเป็นไฟเท่านั้นแหละ อันที่จริงเธอเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ มันจะดีกว่าถ้าสิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นและผ่านไปโดยที่เธอไม่รู้สึกตัว
 
อัคริโกรธ โกรธจนสั่นไปทั้งตัว แม้ว่ามาม่าจะร้องไห้และเอ่ยขอโทษอยู่ตลอดเวลาขณะที่มองดูคนพวกนี้เปลื้องผ้าเธอ แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความโกรธของเธอลดน้อยลง

เตียงนอนยวบลงเมื่อ'มิสเตอร์หน้าใหม่ใส่เสื้อกุชชี่'นั่นปีนขึ้นมาคร่อมทับตัวเธอ อัคริสบตาอีกฝ่ายด้วยสายตารังเกียจไม่ปิดบัง เขาหัวเราะและซุกใบหน้าลงที่ซอกคอของเธอ ฝ่ามือร้อนๆของเขาลูบไล้ไปทั่วตัว ขอโทษเถอะ แทนที่จะรู้สึกรัญจวนจนละลายอย่างที่มันควรจะเกิดขึ้นในเซ็กส์ เธอกลับรู้สึกเหมือนถูกเตารีดนาบจนผิวไหม้และอยากสลัดมันออกไปแรงๆเสียมากกว่า
 
อัคริกวาดสายตาไปรอบๆและพบว่าในห้องไม่ได้มีเพียงแค่เขากับเธอ ลูกน้องคนหนึ่งในสามคนของเขายืนพิงบานประตูและมองมา ส่วนอีกคนยืนสูบบุหรี่อยู่ที่หน้าต่าง
 
โอเค เขาฉลาดดี .....หรือไม่ก็ มาม่าคงบอกเขาหมดแล้วว่าเธอแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฎิหารอะไรได้บ้างในสถานการณ์แบบนี้

อัคริตั้งใจที่จะอดทน เธอทนได้เมื่อลิ้นเปียกๆของเขาทำให้ผิวหนังของเธอสกปรก เธอยังอดทนได้แม้แต่ตอนที่เขาเคลื่อนตัวเข้ามาและขยับอยู่ในตัวเธอ
เธออดทนอยู่จนกระทั่งเสียงถอนหายใจของเขาดังขึ้นที่ข้างหูเมื่อมันจบลง
 
อัคริลุกขึ้นนั่ง ลองขยับมือและเท้าและพบว่าเรี่ยงแรงกลับคืนมาบ้างแล้ว เธอก้าวลงจากเตียง เดินไปที่ประตู ชายฉกรรจ์ที่ยืนเฝ้าประตูอยู่ตบเธอแรงๆครั้งหนึ่งและบอกให้เธอกลับไปที่เตียง
แต่เธอไม่ทำ
 
"ฉันกำลังโกรธ ...ฉันโกรธมากๆมาตั้งแต่เมื่อกี้นี้แล้ว" อัคริเอ่ยขึ้นเบาๆ สายตาจ้องไปที่ลูกบิดประตู
เยี่ยม มันไม่ได้ล็อก
อย่างน้อยพวกนั้นก็พลาดในเรื่องนี้
 
อัคริเอื้อมมือไปเปิดประตูและพุ่งตัวออกไป พวกเขาชะงักไปอึดใจหนึ่งก่อนจะวิ่งตามมา โชคดีที่พวกนั้นเลือกที่จะจัดการเธอในบาร์ อย่างน้อยเธอก็รู้ว่าควรจะวิ่งไปทางไหน
ลงบันได เข้าไปในครัว ประตูครัวทะลุออกไปหลังบาร์ และกำแพงไม่สูงนัก เธอพอจะปีนได้
 
 
 
 

ชีวิตมันไม่ง่ายขนาดนั้นน่ะสิ
เธอรู้ว่าพวกเขามีปืน แน่ล่ะ คนประเภทนี้ย่อมต้องพกปืน เป็นเรื่องปกติ
มันออกจะเป็นความคิดที่เข้าข้างตัวเองอยู่บ้างที่ว่า อย่างน้อยของน้อยของน้อยที่สุด มิสเตอร์กุชชี่คนนั้นก็พอจะมีจิตพิสวาสต่ออยู่บ้าง พวกเขาไม่น่าจะยิงเธอ
แต่เธอก็ได้ยินเสียงปืน

เธอยังไม่รู้สึกถึงมันในวินาทีแรก เธอแค่รู้สึกเจ็บที่ศีรษะ เพราะมันกระแทกกับพื้นตอนที่ร่วงลงมาจากกำแพง
แต่เธอก็ลุกขึ้นและออกวิ่งวิ่งต่อไปเรื่อยๆ
เลือดที่ไหลเข้าตาย้อมการมองเห็นของเธอให้เป็นสีแดง อัคริเอนตัวพิงกำแพงและสูดหายใจ
ตอนนั้นเองที่เธอรู้สึกถึงมันความรู้สึกเจ็บแปลบที่ข้างลำตัวทุกครั้งที่เธอหายใจ
อัคริล้มลงกับพื้น แม้ว่าจะเจ็บปวดแต่เธอก็ยังพยายามหายใจต่อไป
 
 
 
 
 
อัคริยังไม่กลับมา
หน้าปัดดิจิตอลของนาฬิกาบอกเวลาตีสามกว่าๆแล้ว
มันผิดปกติเอามากๆ อัคริเลิกงานตีสองตรงเวลาอยู่เสมอ
เธอไม่เคยกลับถึงบ้านหลังตีสาม
 
หรือจะมีอะไรเกิดขึ้นกับเธอ?
เขารู้สึกกังวล
กังวล?
แล้วเขาจะทำอย่างไรได้ล่ะ ออกไปตามหางั้นหรือ?
เด็กหนุ่มหันไปมองประตูห้องเช่า และรีบเบนสายตาหนีราวกับบานประตูนั้นแผ่รังสีแผดเผาดวงตาของเขาจนไม่อาจทนมองได้
 
ไม่หรอก เธอเคยบอกเขาไว้ว่าอย่างไรนะ? 'เฝ้าบ้านดีๆ' อย่างนั้นใช่ไหม?
เธอไม่เคยบอกให้เขา 'ออกไปตามหาถ้ารู้สึกผิดปกติ'
เธอไม่เคยบอกอย่างนั้น
 
เขาจะเชื่อฟังเธอ
อาชวินบอกตัวเองแล้วเข้านอน
 
เด็กหนุ่มนอนลืมตาในความมืดอยู่จนกระทั่งความมืดเหล่านั้นถูกแทนที่ด้วยแสงแรกของเช้าวันใหม่
ไม่ได้หลับตาลงเลยสักอึดใจ
 
 
 
 
 
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว
เธอได้ยินเสียงฝีเท้าใครคนหนึ่งกำลังเดินเข้ามาใกล้
อาจจะเป็นคนที่บังเอิญผ่านมา
หรืออย่างเลวร้ายที่สุดก็เป็นคู่กรณีของเธอที่ตามมาทัน
ช่างเถอะ เธอเหนื่อยที่จะคาดเดา
 
เสียงฝีเท้าหยุดลงใกล้ๆ พร้อมๆกับที่เงาสีแดงที่ชะโงกลงมามองเธอ
 
".......ช่วย...........ฉัน......"
อัคริเค้นเสียงออกมาได้เพียงเท่านั้น ก่อนที่ท้องฟ้าสีแดงตรงหน้าจะถูกบดบังด้วยความมืดมิด 
แล้วเธอก็ไม่รู้สึกถึงอะไรอีก 
ไม่แม้แต่ความเจ็บปวด



 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
----
 
อั๊ยย่ะ~
 
entry VD ของเดือนนี้~
 
 

อนึ่ง อัคริไม่ตายนะ ยัง

แต่ถ้า ปล่อยไว้ก็ไม่แน่ว่าจะรอด (เอ๊ะ?)

เข้าเรื่องเลยดีกว่าคือว่า แบบว่าๆอยากได้คนฟีเจอริ่งอ่ะ มีใครสนใจช่วยชีวิตอัคริมั้ย?
 
แสดงความสนใจไว้หน่อยนะ เดี๋ยวจะ ems ไปหา
 
/เขินอาย บิดม้วนๆ

ป.ล.เค้าไม่ค่อยได้ออนสไกป์ แต่ยังไม่ล้มหายตายจากไปไหนนะ >__<